วันที่ 21 มีนาคม 2568 เวลา 13.20 น ตำรวจภูธรภาค 8 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.ศรัญญู ชำนาญราช รอง ผบช.ภ.8 นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร
พล.ต.ต.สมคะเน โพธิ์ศรี ผบก.ภ.จว.ชุมพร พ.ต.อ.จิตเกษม สนขำ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร พ.ต.อ.ธงชัย
นุ้ยเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร พ.ต.อ.นิรันดร์ กันจู รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร และประสานการปฏิบัติกับ พ.อ.โชติ ยิกุสังข์ รอง ผอ.รมน.จังหวัดชุมพร ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัด เป็นด่านตรวจ/จุดตรวจ/
จุดสกัด ปราบปรามการพักคอยยาเสพติดในพื้นที่ตอนใน และสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดลงสู่พื้นที่ภาคใต้ตามนโยบาย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ทุกหน่วยป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน และเป็นภัยคุกคามต่อความสงบเรียบร้อยของประเทศ และตามนโยบายของ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. ในฐานะประธานอนุกรรมการป้องกันปราบปรามการพักคอยยาเสพติดในพื้นที่ตอนในและสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด ลงสู่พื้นที่ภาคใต้
วันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๘ เวลาประมาณ ๑๓.๒๐ น. จุดตรวจปฐมพรตั้งด่านได้จับกุม นายสุรัตน์ หรือรัตน์ (นามสมมุติ) อายุ ๔๒ ปี ชาว ต.โคกยาง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ พร้อมด้วยของกลาง . ยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอช์) น้ำหนักประมาณ 593 กิโลกรัม รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ฮ้อ มิตชูบิชิ รุ่นไทรทัน สีบรอนท์ ป้ายทะเบียน กพ ๔--๓ จังหวัดกระบี่ โดยมีการบรรทุกกระสอบคล้ายปุ๋ย 15 กระสอบไว้ที่ท้ายกระบะรถได้ทำการตรวจสอบถุงปุ๋ยแต่มีลักษณะที่แข็งมากจึงขอตรวจสอบข้างในว่าเป็นปุ๋ยอะไรจากการสอบถามเบื้องต้น นายสุรัตน์หรือรัตน์ ให้ถ้อยคำว่า ตนเอง เดินทางจากจังหวัดกระบี่ โดยใช้รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ มิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน สีบรอนท์ ป้ายทะเบียน กพ ๔--๓ จังหวัดกระบี่ ขับไปเพียงลำพัง โดยมีนายต้น (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) เป็นเด็กรุ่นน้อง อายุประมาณ ๓๐ ปีเศษ เป็นคนในตำบลเดียวกัน กับตนเอง ใช้รถนั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อนิสสัน สีดำ ป้ายทะเบียน กท ๕--๕ จ.กระบี่ เดินทางไปด้วยกัน ส่งยาเสพติที่จังหวัดตรังจุดหมายปลายทาง
เมื่อวันอังคารที่ ๑๘ มี.ค.๖๘ ไปเปิดห้องพักรายวันอยู่ที่วังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ต่อมาวันพุธ ที่ ๑๙ มี.ค. ได้มีชายไทย มารับรถคันที่ตนขับขี่ ไปรับยาเสพติด(ไอซ์) มาใส่ในกระบะรถ บริเวณที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี แล้วขับมาส่งให้กับตนในวันพุธ เช่นกัน และเดินทางมา แวะพัก มาเป็นระยะ จนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมดังกล่าว รับสารภาพว่าได้ขนยาเสพติดจริงก่อนหน้านี้ได้ติดคุกคดีขนยาเสพติด 6 ปี และได้พ้นโทษออกมาประมาณ 1 เดือน และได้มาก่อเหตุในครั้งนี้ค่าดำ เนินการส่งไปที่จังหวัดตรังโดยรับค่าจ้าง 600 ,000 บาทเป็นค่าขนย้ายในครั้งนี้
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจค้น.พบยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอช์) น้ำหนักประมาณ 593 กิโลกรัม ทั้งหมดอยู่ในท้ายรถกระบะ มิตชูบิชิ รุ่นไทรทัน สีบรอนท์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้นำตัว ผู้ต้องหาพร้อมของกลาง แถลงข่าว พร้อมส่งพนักงานสอบสวน สภ. เมืองชุมพร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลจับกุมรถนำที่ร่วมกันกระทำความในครั้งนี้
แสดงความคิดเห็น